หาเหาให้หัว
posted on 20 May 2008 18:24 by amigofamily
หลายๆคนอาจจะงงว่าหน้านี้ทำไมชื่อ หาเหาให้หัว เอ๋? เปิดเข้ามาอ่านดีไหมนะ ไม่ต้องคิดให้
เสียเวลาครับ เพราะการหาเหาในที่นี้หมายถึงความรู้แปลกๆ ใหม่ๆ อาจไม่แปลกแต่ก็มีประโยชน์ เพื่อนๆก็ลองอ่านเรื่องนี้ดูครับ
เนื่องจากใกล้วันงดสูบบุหรี่โลกแล้วผมจึงขอนำประวัติยาสูบมาให้เพื่อนๆได้รู้ความเ็ป็นมาของมันกันครับ
ยาสูบ
ยาสูบมีแหล่งกำเนิดในบริเวณตอนกลางของทวีปอเมริกาแม้มนุษย์จะรู้จักใบยาสูบมาประมาณ
สองพันปีแล้วแต่ก็มิได้สูบกันอย่างจริงจังจนเป็นนิสัยจนกระทั่งพวกอินเดียแดงซึ่งเป็นชาวพื้นเมือง
ของอเมริการู้จักใช้ยาสูบกันอย่างแพร่หลาย จึงได้มีการทำไร่ยาสูบกันทั่วไป
การบันทึกประวัติของยาสูบมีขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๐๓๕ เมื่อโคลัมบัส (Christopher
Columbus) ขึ้นฝั่งที่ซานซัลวาดอร์ (San Salvador) ในหมู่เกาะอินดีสตะวันตก เห็นชาวพื้นเมือง
เอาใบไม้ชนิดหนึ่งมามวน จุดไฟตอนปลายแล้วดูดควัน ตามบันทึกกล่าวว่า ชาวพื้นเมืองมวนยาสูบ
ด้วยใบข้าวโพด สเปน เรียกยามวนนี้ว่า ซิการา (cigara) ต่อมาเพี้ยนเป็นคำว่า ซิการ์ (cigar)
จากการขุดพบซากปรักหักพังของเมืองเก่าของพวกมายา บนคาบสมุทรคาร์เทน (Cartan) ใน
ประเทศเม็กซิโกได้พบกล้องยาสูบสมัยโบราณซึ่งตรงโคนสำหรับดูดแยกออกเป็นสองง่ามสำหรับ
อัดเข้าไปในจมูกด้วยเหตุนี้ชาวอเมริกันโบราณสูบยากันทางจมูก กล้องชนิดนี้คนพื้นเมืองเรียกว่า
ทาบาโค (tabaco) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของคำว่า โทแบคโค (tobacco)
การเพาะปลูกยาสูบในแหล่งอื่นๆ ได้เริ่มที่หมู่เกาะไฮติ เมื่อพ.ศ. ๒๐๗๔ โดยได้เมล็ดพันธุ์จาก
เม็กซิโก และขยายไปยังหมู่เกาะข้างเคียงจนกระทั่ง พ.ศ. ๒๑๒๓ จึงได้เริ่มปลูกในคิวบาและต่อไป
จนถึงกายอานา และบราซิล ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๒ แพร่หลายไปยังทวีปยุโรป เอเชียและแอฟริกา มีหลักฐานแสดงว่ามนุษย์ในสมัยโบราณรู้จักการปลูกยาสูบเพื่อนำใบไปซอยและมวนสูบนอกจากนี้ยัง
เป็นที่ทราบกันว่ายาสูบมีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อโรคที่ดีอย่างหนึ่งด้วย
ประเทศแรกในทวีปเอเชียที่เริ่มปลูกยาสูบ คือ ฟิลิปปินส์ แล้วแพร่หลายต่อไปยังอินเดีย จีน และ
อินโดนีเซีย
สำหรับประเทศไทยไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้นำเข้ามา และมาถึงเมื่อใด มีเพียงบันทึกของหมอ
สอนศาสนาว่า เมื่อเขาเข้ามาเมืองไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้นพบว่า คนไทยสูบยา
กันทั่วไปแล้ว และจากพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่องบุหรี่ทรงกล่าวว่า
เมอร์สิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ อัครราชทูตฝรั่งเศสในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อ พ.ศ. ๒๒๑๑ ได้เขียนเล่าเรื่องประเทศสยามว่าคนไทยชอบใช้ยาสูบอย่างฉุนทั้งผู้ชายและผู้หญิงใบยาที่ใช้กันใน
สมัยกรุงศรีอยุธยานั้นได้จากเกาะมะนิลาบ้าง จากเมืองจีนบ้าง และที่ปลูกใบบ้านเราบ้าง
ที่มา : http://guru.sanook.com/encyclopedia/
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผมมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเพลงคลาสสิคมาฝากครับ ผมคิดว่าหลายคนคงเคยฟังกัน แต่อีกหลายคนก็เพิ่งจะรู้จักมันวันนี้หละ สำหรับห้องหนึ่ง ผมคิดว่าคงรู้จักกันทุกคนจากโนดาเมะครับ(คิดว่างั้นนะ เพราะสอบกันทุกคนนี่) ที่เอามาฝากไว้เป็นประเภทของเพลงคลาสสิค ลองดูกันครับ
เพลงคลาสสิคสำหรับคนทั่วไปแล้วอาจนึกถึงเพลงฝรั่งที่มีเครื่องดนตรีวงใหญ่ๆ มีนักร้องร้องเพลงเสียงสูงๆจนแก้วแตก นึกถึงคำว่าโอเปรา นึกถึงคำว่า ซิมโฟนี ออเครสตรา โซนาตา หรือคอนแชร์โต แต่สำหรับผมแล้ว เพลงคลาสสิคกับโอเปราแตกต่างกันอยู่พอสมควร เพราะคีตกวีเพลงคลาสสิคโดยส่วนใหญ่แล้วมักไม่ประสบความสำเร็จให้การทำบทโอเปราหรือมหาอุปรากรเอาเสียเลย ขณะที่คีตกวีทางมหาอุปรากรก็ไม่แต่งเพลงคลาสสิคเช่นกัน เรียกได้ว่าทางใครทางมันเป็นดนตรีคนละทางกัน ซึ่งถ้ามีโอกาสผมนำมาเล่าสู่กันฟังในบทความต่อๆไป
เพลงคลาสสิคแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะเครื่องดนตรี จุดประสงค์ของการแต่ง ลักษณะท่วงทำนอง แต่ที่เรามักจะคุ้นหูกัน คงเป็นคำว่า ซิมโฟนี คอนแชร์โต โซนาตา เราลองมาทำความเข้าใจกับความหมายคร่าวๆกันดู
ซิมโฟนี (Symphony) คือ บทประพันธ์เพลงขนาดใหญ่สำหรับบรรเลงด้วยวงดุริยางค์ (Orchestra) แนวบรรเลงของเครื่องดนตรีกลุ่มต่างๆในวงมีแนวโน้มที่จะผสมผสานเพื่อความกลมกลืนของเสียง
คอนแชร์โต (Concerto) คือ บทประพันธ์เพลงที่มีเครื่องดนตรีเดี่ยวมีบทบาทเด่น เล่นประชันน้ำเสียงและลีลาไปกับวงดุริยางค์ เครื่องดนตรีเดี่ยวนี้อาจจะมีชิ้นเดียวประเภทเดียว (Solo Concerto) ชิ้นเดียวหลายประเภท(เช่น Triple Concerto) หลายชิ้นประเภทเดียว (Concerto Grosso) หรือหลายชิ้นหลายประเภท(Ripieno Concerto/ Concerto for Orchestra) ก็ได้
โซนาตา (Sonata) คือเป็นเพลงสำหรับเครื่องดนตรีเดี่ยว เช่น เปียโนโซนาตา ก็คือ บทเพลงสำหรับเดี่ยวเปียโน ไวโอลินโซนาตา เพลงเดี่ยวสำหรับเครื่องดนตรีที่ไม่ใช่เปียโนจะมีเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบซึ่งมึกเป็นเปียโน บทบาทของเครื่องดนตรีที่บรรเลงประกอบในสมัยแรก ๆ จะเป็นแนวสนับสนุนเท่านั้น แต่ในสมัยต่อ ๆ มา เครื่องดนตรีประกอบจะเปลี่ยนบทบาทเป็นการบรรเลงร่วมกันหรือโต้ตอบกันมากกว่า
แต่เราไม่จำเป็นต้องเครียดกับการแยกประเภทเพลงเหล่านี้หรอกครับ เพราะเพลงแต่ละประเภทนั้นก็มีบอกอยู่ในชื่อเพลงแล้ว เช่น Piano Concerto No.21 in C Major, K.467 (ของโมร์ทสาร์ต) หรือ Symphony No.5 in C Minor, Op.67 by Beethoven
สุดท้ายก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าได้จากการฟังเพลงคลาสสิคนี้ครับ หนึ่งเลย ถ้าใครเป็นโรคนอนไม่หลับให้ลองฟังดูครับ สำหรับผม ฟังครั้งแรกได้ไม่ถึงครึ่งเพลงก็หลับคาคอมแล้ว แต่ที่ผมฟังเพลงแนวนี้ไม่ใช่เพราะเป็นโรคนอนไม่หลับนะครับ ผมเห็นมีคนบอกว่าฟังแล้วจะทำให้ความจำมันมากขึ้น อ่านหนังสือแล้วจะจำได้ดี มันจะมีการเรียงข้อมูลอะไรสักอย่างในสมอง ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมว่ามันเจ๋งดี
เปลี่ยนจากฟังเพลงไทยที่มีแต่รักๆมาแนวนี้ดูบ้าง 

...เข้ามาปุ๊บก้อใส่ซะเกลือบเกรียนแตกเลย
แค้นมานะครับเนี่ย
แค้นจริงๆครับทุกคน
จริงๆนะ...................................................................................นะ
#1 By L ประกิต (58.64.123.197) on 2008-05-22 19:22